คู่เงินที่นิยมเทรด: 7 คู่เงิน Forex ยอดฮิตที่นักเทรดไทยไม่ควรพลาดในปี 2025 พร้อมกลยุทธ์ทำกำไร

บทนำ: ทำไมคู่เงิน Forex ถึงเป็นที่นิยมเทรด?

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการซื้อขายหมุนเวียนหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน นักลงทุนจำนวนมากหลงใหลในจุดเด่นของตลาดนี้ เพราะสามารถสร้างกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินต่างๆ ซึ่งเรียกว่าคู่เงิน การเทรดคู่เงินเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในระดับสากลและในหมู่นักลงทุนไทย เนื่องจากมีโอกาสทำผลตอบแทนได้เร็วและสภาพคล่องที่ยอดเยี่ยม

ภาพประกอบตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั่วโลกกับสัญลักษณ์สกุลเงินลอยรอบนักลงทุนที่กำลังดูกราฟ สีสันสดใส

ในบทความนี้ เราจะพาคุณสำรวจคู่เงิน Forex ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด พร้อมอธิบายประเภทต่างๆ ของคู่เงิน ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกคู่เงินให้เหมาะกับตัวเอง รวมถึงกลยุทธ์การเทรดและแนวโน้มที่น่าจับตาในปี 2025 ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือนักเทรดมือฉมัง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการทำกำไรท่ามกลางตลาดที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง

ภาพประกอบการแบ่งประเภทคู่เงิน Forex เป็นหลัก รอง และแปลกใหม่ พร้อมลักษณะเฉพาะ

ทำความรู้จักคู่เงิน Forex: ประเภทและลักษณะสำคัญ

ทุกการซื้อขายในตลาด Forex จะเกิดขึ้นผ่านคู่เงินเสมอ นั่นคือการซื้อสกุลเงินหนึ่งพร้อมขายอีกสกุลหนึ่งในคราวเดียว คู่เงินเหล่านี้แบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก แต่ละประเภทมีความแตกต่างในด้านลักษณะและระดับความเสี่ยง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเลือกได้ตามสไตล์ของตัวเอง

ภาพประกอบมือถือแว่นขยายตรวจสอบคู่เงินต่างๆ พร้อมป้ายกำกับสภาพคล่อง ความผันผวน สเปรด และข่าวเศรษฐกิจ

[ภาพประกอบ: แผนภาพแสดงการแบ่งประเภทคู่เงิน Forex: Major, Minor, Exotic พร้อมสัญลักษณ์]

คู่เงินหลัก (Major Pairs): หัวใจของตลาด Forex

คู่เงินหลักคือกลุ่มคู่เงินที่มียอดการซื้อขายสูงสุดทั่วโลก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสกุลเงินจากประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลก โดยมีคู่เงินหลักทั้งหมดเจ็ดคู่ ได้แก่

  • EUR/USD (ยูโรเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • GBP/USD (ปอนด์อังกฤษเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเยนญี่ปุ่น)
  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับฟรังก์สวิส)
  • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับดอลลาร์แคนาดา)
  • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ)

ลักษณะเด่น:

  • สภาพคล่องสูง: ปริมาณการซื้อขายจำนวนมหาศาล ช่วยให้เข้าออกตลาดได้สะดวก
  • สเปรดต่ำ: ค่าใช้จ่ายในการเทรดน้อย เพราะส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและขายแคบ
  • ความผันผวนปานกลาง: ราคาเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ ทำให้วิเคราะห์ได้ไม่ยาก
  • ข้อมูลข่าวสารพร้อม: มีแหล่งข้อมูลเศรษฐกิจและข่าวคราวมากมายสำหรับการตัดสินใจ

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ คู่เงินหลักจึงกลายเป็นตัวเลือกยอดฮิตสำหรับนักเทรดทุกระดับ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหรือมีประสบการณ์เต็มเปี่ยม

คู่เงินรอง (Minor Pairs): โอกาสที่ซ่อนอยู่

คู่เงินรอง หรือที่เรียกอีกชื่อว่าครอสเพียร์ คือคู่เงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์สหรัฐ แต่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักสองตัว เช่น EUR/GBP (ยูโรเทียบกับปอนด์อังกฤษ), EUR/JPY (ยูโรเทียบกับเยนญี่ปุ่น), GBP/JPY (ปอนด์อังกฤษเทียบกับเยนญี่ปุ่น)

ลักษณะเด่น:

  • สภาพคล่องปานกลาง: น้อยกว่าคู่หลักนิดหน่อย แต่ยังพอสำหรับการเทรดปกติ
  • สเปรดสูงกว่าคู่เงินหลัก: ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
  • ความผันผวนสูงกว่า: ราคาอาจแกว่งตัวแรง สร้างโอกาสกำไรสูงแต่เสี่ยงมากขึ้น
  • ข้อมูลข่าวสารเฉพาะ: ต้องจับตาข่าวเศรษฐกิจจากทั้งสองประเทศ

คู่เงินรองเหมาะกับนักเทรดที่มีพื้นฐานแน่นหนาและอยากลองเสี่ยงกับความเคลื่อนไหวที่รุนแรงกว่า เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ

คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs): ความท้าทายและความเสี่ยงสูง

คู่เงินแปลกใหม่เกิดจากการจับคู่สกุลเงินหลักหนึ่งตัวกับสกุลเงินจากตลาดเกิดใหม่ เช่น USD/THB (ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับบาทไทย), USD/MXN (ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเปโซเม็กซิโก), EUR/TRY (ยูโรเทียบกับลีราตุรกี)

ลักษณะเด่น:

  • สภาพคล่องต่ำ: ยอดซื้อขายน้อย ทำให้เข้าออกตลาดลำบากและอาจเกิด slippage
  • สเปรดสูงมาก: ค่าใช้จ่ายชัดเจนและแพง
  • ความผันผวนสูง: ราคาแกว่งตัวรุนแรงและคาดเดายาก จากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศนั้นๆ
  • ข้อมูลข่าวสารจำกัด: การหาข้อมูลหรือวิเคราะห์อาจยุ่งยากกว่าคู่อื่น

ด้วยความเสี่ยงที่สูงลิ่ว คู่เงินแปลกใหม่จึงไม่เหมาะกับมือใหม่ ต้องอาศัยความชำนาญและความระมัดระวังอย่างมาก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกคู่เงินที่นิยมเทรด

การเลือกคู่เงินให้ตรงกับเป้าหมายคือกุญแจสู่ความสำเร็จใน Forex ปัจจัยหลักๆ ที่ควรชั่งน้ำหนักมีดังนี้ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้รอบคอบยิ่งขึ้น

สภาพคล่อง (Liquidity): หัวใจของการซื้อขาย

สภาพคล่องหมายถึงความง่ายในการซื้อหรือขายโดยไม่กระทบราคามากนัก คู่เงินที่มีสภาพคล่องดีจะช่วยให้นักเทรดเข้าออกตลาดได้รวดเร็ว ราคาตามกลไกตลาดจริง และสเปรดแคบ ซึ่งเหมาะกับการเทรดระยะสั้นหรือกลาง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดคึกคัก

ความผันผวน (Volatility): โอกาสและกลยุทธ์

ความผันผวนคือระดับการเปลี่ยนแปลงราคาในช่วงเวลาหนึ่ง คู่เงินที่ผันผวนมากมักให้โอกาสกำไรสูง แต่ต้องรับมือความเสี่ยงที่ตามมา บางคนชอบใช้ประโยชน์จากความแกว่งนี้ด้วยกลยุทธ์สเกลปิ้งหรือเดย์เทรด ขณะที่บางคนเลือกคู่ที่สงบกว่าเพื่อความมั่นคง การรู้จักความผันผวนของแต่ละคู่จะช่วยจับคู่กับกลยุทธ์ที่ใช่ได้ดี

[ภาพประกอบ: กราฟแท่งเทียนแสดงความผันผวนของราคาคู่เงินสองคู่ที่แตกต่างกัน]

สเปรด (Spread): ต้นทุนการเทรด

สเปรดคือช่องว่างระหว่างราคาซื้อและขาย ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักในการเทรด ยิ่งสเปรดแคบ ยิ่งประหยัดต้นทุน คู่เงินหลักมักมีสเปรดต่ำสุด ส่วนคู่แปลกใหม่กว้างกว่า ดังนั้นควรเลือกคู่ที่สเปรดตรงกับงบและสไตล์เทรดของคุณ เพื่อไม่ให้ต้นทุนกินกำไร

ช่วงเวลาการเทรดและข่าวสารเศรษฐกิจ

ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ห้าวันต่อสัปดาห์ แต่ช่วงที่ตลาดใหญ่ทับซ้อนกัน เช่น ลอนดอนกับนิวยอร์ก มักคึกคักที่สุดด้วยสภาพคล่องและความผันผวนสูง การติดตาม ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) เป็นเรื่องจำเป็น เพราะ ข่าวเศรษฐกิจ สำคัญอย่างอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ รายงานจ้างงาน หรือถ้อยแถลงธนาคารกลาง สามารถสั่นคลอนคู่เงินได้อย่างรุนแรง นอกจากนี้ การรู้ช่วงเวลาที่เหมาะสมยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเทรด โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนไทยที่อาจปรับตามเขตเวลา

คู่เงินยอดนิยมที่นักเทรดไทยไม่ควรพลาด (พร้อมมุมมอง 2025)

มาดูคู่เงินหลักที่ได้รับความสนใจจากนักเทรดทั่วโลกและในไทยกัน พร้อมคาดการณ์แนวโน้มในปี 2025 ที่อาจช่วยวางแผนได้

[ภาพประกอบ: แผนภูมิวงกลมแสดงสัดส่วนการเทรดของคู่เงินหลักยอดนิยม 3 อันดับแรก]

EUR/USD: ราชินีแห่งตลาด Forex

EUR/USD คือคู่เงินที่มียอดซื้อขายสูงสุดในโลก แสดงถึงการเผชิญหน้าของสองเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ คือสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา

  • ลักษณะ: สภาพคล่องสูงสุด สเปรดต่ำ ความผันผวนปานกลาง
  • ปัจจัยขับเคลื่อน: นโยบายธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจหลักอย่าง GDP เงินเฟ้อ และการจ้างงานจากทั้งสองฝั่ง
  • มุมมอง 2025: ในปีหน้า แนวโน้มอาจขึ้นกับการควบคุมเงินเฟ้อของ ECB และ Fed หาก Fed ลดดอกเบี้ยก่อน ECB อาจทำให้ยูโรแข็งค่าขึ้น นักเทรดไทยมักจับตาข่าวจากสองภูมิภาคนี้ เพราะกระทบตลาดโลกและเศรษฐกิจไทยทางอ้อม เช่น ผ่านการส่งออก

GBP/USD: คู่เงินที่มีความผันผวนสูง

GBP/USD หรือ “เคเบิล” มีความผันผวนมากกว่า EUR/USD เล็กน้อย สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายให้ผู้เล่น

  • ลักษณะ: สภาพคล่องสูง สเปรดต่ำถึงปานกลาง ความผันผวนสูง
  • ปัจจัยขับเคลื่อน: นโยบายธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ตัวเลขเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร สถานการณ์ Brexit และความสัมพันธ์ทางการค้า
  • มุมมอง 2025: สหราชอาณาจักรยังลุ้นฟื้นตัวหลัง Brexit ทำให้ปอนด์อ่อนไหวต่อข่าวเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและนโยบาย BOE จะเป็นตัวแปรสำคัญ นักเทรดไทยที่ทนความผันผวนได้ มักหาโอกาสจากคู่นี้ โดยเฉพาะในช่วงข่าวใหญ่

USD/JPY: คู่เงินแห่งความปลอดภัย

USD/JPY มักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะเยนที่แข็งค่าขึ้นในยามตลาดโลกปั่นป่วน

  • ลักษณะ: สภาพคล่องสูง สเปรดต่ำ ความผันผวนปานกลางถึงสูง
  • ปัจจัยขับเคลื่อน: นโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษ ตัวเลขเศรษฐกิจญี่ปุ่น-สหรัฐ และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์
  • มุมมอง 2025: หาก BOJ เปลี่ยนนโยบายจากดอกเบี้ยติดลบหรือหยุดควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน เยนอาจแข็งค่าอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลต่อ USD/JPY มาก นักเทรดไทยนิยมเยนในฐานะที่หลบภัย และติดตามข่าวญี่ปุ่นใกล้ชิดเพราะเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชีย

คู่เงินอื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับนักเทรดไทย

นอกจากคู่หลักที่กล่าวมา ยังมีคู่อื่นที่นักเทรดไทยชื่นชอบและควรพิจารณา

  • AUD/USD: ดอลลาร์ออสเตรเลียผูกติดกับสินค้าโภคภัณฑ์ ได้รับผลจากราคาแร่เหล็ก ถ่านหิน และเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นคู่ค้าหลัก
  • USD/CAD: ดอลลาร์แคนาดาถูกขับเคลื่อนโดยราคาน้ำมัน เนื่องจากแคนาดาเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่
  • XAU/USD (ทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ): แม้ไม่ใช่คู่เงินแท้ๆ แต่ทองคำเทียบดอลลาร์เป็นที่นิยมในไทย โดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน ความต้องการทองคำทั่วโลก ยังคงผลักดันราคา

นักเทรดไทยมักกระจายพอร์ตไปยังคู่ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำ เพราะสัมพันธ์กับเศรษฐกิจในประเทศและตลาดโลก เช่น การส่งออกสินค้าเกษตร

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติคู่เงินยอดนิยม (โดยประมาณ)

คู่เงิน สภาพคล่อง สเปรด ความผันผวน เหมาะกับ
EUR/USD สูงมาก ต่ำ ปานกลาง ทุกระดับ
GBP/USD สูง ต่ำ-ปานกลาง สูง มีประสบการณ์
USD/JPY สูง ต่ำ ปานกลาง-สูง ทุกระดับ
AUD/USD ปานกลาง-สูง ปานกลาง ปานกลาง-สูง มีประสบการณ์
USD/CAD ปานกลาง-สูง ปานกลาง ปานกลาง-สูง มีประสบการณ์
XAU/USD สูง ปานกลาง สูงมาก มีประสบการณ์สูง

กลยุทธ์การเทรดคู่เงินยอดนิยมและการจัดการความเสี่ยง

กลยุทธ์ที่แข็งแกร่งควบคู่กับการควบคุมความเสี่ยงคือรากฐานของการเทรด Forex ที่ยั่งยืน

การใช้ Correlation (ความสัมพันธ์ของคู่เงิน) ในการเทรด

ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินบอกถึงการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกัน (บวก) หรือตรงข้าม (ลบ) นักเทรดนำข้อมูลนี้มาใช้เพื่อ

  • กระจายความเสี่ยง: หลีกเลี่ยงเปิดตำแหน่งในคู่ที่มีความสัมพันธ์บวกสูงพร้อมกัน เพื่อป้องกันการขาดทุนซ้ำซ้อน
  • ยืนยันสัญญาณ: ถ้าคู่ที่มีความสัมพันธ์บวกเคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน อาจยืนยันโอกาสเทรด
  • สร้าง Hedging: ใช้คู่ที่มีความสัมพันธ์ลบเพื่อถ่วงดุลความเสี่ยง

ตัวอย่างคือ EUR/USD กับ GBP/USD ที่มักเคลื่อนไหวไปด้วยกันเพราะทั้งคู่ต่อกรกับ USD ขณะที่ USD/CHF มักตรงข้ามกับ EUR/USD นักเทรดไทยสามารถนำหลักการนี้ไปปรับพอร์ตให้สมดุล ลดความผันผวนโดยรวม และเพิ่มความมั่นใจในการลงทุนระยะยาว

การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมสำหรับคู่เงินที่คุณเลือก

การหา โบรกเกอร์ ที่ใช่คือขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับนักเทรดไทย ควรพิจารณา

  • การกำกับดูแล: เลือกที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานน่าเชื่อถือ เช่น FCA, CySEC, ASIC เพื่อปกป้องเงินทุน
  • สเปรดและค่าคอมมิชชั่น: เปรียบเทียบต้นทุนสำหรับคู่เงินที่สนใจ เพื่อให้คุ้มค่า
  • แพลตฟอร์มการเทรด: ส่วนใหญ่ใช้ MT4 หรือ MT5 ซึ่งได้รับความนิยมในไทยเพราะใช้งานง่าย
  • บริการลูกค้า: ควรตอบเร็วและรองรับภาษาไทยเพื่อความสะดวก
  • ประเภทบัญชีและเครื่องมือ: ตรวจสอบว่ามีบัญชีที่เหมาะกับระดับคุณ และเครื่องมือวิเคราะห์ครบครัน

การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีจะช่วยให้เทรดคู่เงินยอดนิยมได้ราบรื่น โดยเฉพาะคู่หลักที่ต้องการสเปรดต่ำ

การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ในการเทรดคู่เงิน

การบริหารความเสี่ยงคือสิ่งที่ทำให้คุณอยู่รอดในตลาด Forex ที่โหดร้าย

  • กำหนดขนาดสถานะ (Position Sizing): เลือกขนาด lot ให้พอดีกับทุน เพื่อไม่เสี่ยงเกินในแต่ละเทรด
  • ใช้ Stop Loss: ตั้งจุดหยุดขาดทุนเสมอ เพื่อจำกัดความเสียหาย
  • กำหนด Take Profit: ล็อกกำไรเมื่อราคาถึงเป้า เพื่อรักษาผลตอบแทน
  • อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนต่อการเทรด: กฎเหล็กที่ช่วยรักษาทุนในระยะยาว
  • ทำความเข้าใจความผันผวน: สำหรับคู่ที่แกว่งแรง ควรขยาย stop loss หรือลดขนาดตำแหน่ง

ด้วยการปฏิบัติเหล่านี้ คุณจะสามารถเทรดคู่เงินยอดนิยมได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ให้อารมณ์มาครอบงำ

สรุป: เลือกคู่เงินที่ใช่ สร้างโอกาสทำกำไรในตลาด Forex

การเลือกคู่เงิน Forex ที่เหมาะสมคือจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จสำหรับนักเทรดทุกคน เมื่อเข้าใจประเภทคู่เงิน ปัจจัยในการเลือก และลักษณะเฉพาะแต่ละคู่ คุณจะสามารถวางกลยุทธ์ที่ตรงใจและมีประสิทธิภาพได้

ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากคู่หลักที่มั่นคงสำหรับมือใหม่ หรือลุยคู่รองและแปลกใหม่เพื่อโอกาสใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเรียนรู้ต่อเนื่อง การฝึกฝนจริง และการยึดมั่นในหลักจัดการความเสี่ยง ข้อมูลในบทความนี้หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ นักเทรดไทยเลือกคู่เงินที่ใช่ และสร้างกำไรอย่างยั่งยืนในตลาด Forex ที่เต็มไปด้วยโอกาส

คู่เงิน Forex ที่วิ่งแรงที่สุดคือคู่ไหน และเหมาะกับการเทรดแบบใด?

คู่เงินที่เคลื่อนไหวรุนแรงที่สุดมักเป็นคู่รองหรือแปลกใหม่ที่มีความผันผวนสูง เช่น GBP/JPY, EUR/JPY หรือคู่ exotic ที่เกี่ยวข้องกับตลาดเกิดใหม่ คู่เหล่านี้เหมาะกับนักเทรดชำนาญที่ชอบความตื่นเต้นและรับความเสี่ยงได้ โดยใช้กลยุทธ์เทรดสั้นๆ อย่างสเกลปิ้งหรือเดย์เทรด เพื่อจับจังหวะแกว่งตัว

สำหรับมือใหม่ในตลาด Forex ควรเริ่มต้นเทรดคู่เงินไหนดีที่สุด?

มือใหม่ควรเริ่มด้วยคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD, USD/JPY หรือ GBP/USD เพราะสภาพคล่องสูง สเปรดต่ำ และมีข้อมูลข่าวสารให้ศึกษาง่าย ช่วยให้คาดการณ์แนวโน้มได้ดีกว่า ลดความเสี่ยงในช่วงเรียนรู้พื้นฐาน

ตารางคู่เงิน Forex (Currency Pair Table) ที่มักเห็นตามโบรกเกอร์ บอกข้อมูลอะไรที่สำคัญบ้าง?

ตารางคู่เงิน Forex แสดงข้อมูลสำคัญดังนี้

  • ชื่อคู่เงิน: เช่น EUR/USD
  • ราคา Bid: ราคาขายสกุลเงินฐาน
  • ราคา Ask: ราคาซื้อสกุลเงินฐาน
  • สเปรด: ส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask ซึ่งคือต้นทุนเทรด
  • การเปลี่ยนแปลงรายวัน: แสดงการเคลื่อนไหวเป็นเปอร์เซ็นต์หรือ pips ใน 24 ชั่วโมง

นักเทรดควรโฟกัสการเทรดคู่เงิน Forex พร้อมกันกี่คู่จึงจะเหมาะสมและไม่สับสน?

มือใหม่ควรจำกัดที่ 1-3 คู่หลัก เพื่อติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ได้ถี่ถ้วน เมื่อชำนาญขึ้นค่อยเพิ่ม แต่ไม่เกิน 5-7 คู่ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและจัดการความเสี่ยงได้ดี

คู่เงิน Forex ที่นิยมเทรดในปี 2025 มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผล?

ปี 2025 คู่หลักอย่าง EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD ยังคงฮิต แต่ทิศทางและความผันผวนอาจปรับเปลี่ยนตามปัจจัยหลัก

  • นโยบายการเงิน: การปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางใหญ่ (Fed, ECB, BOJ, BOE)
  • เงินเฟ้อ: แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในแต่ละพื้นที่
  • การเติบโตทางเศรษฐกิจ: ตัวเลข GDP และการจ้างงาน
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: เหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ

สกุลเงินจากประเทศที่ควบคุมเงินเฟ้อได้ดีและเศรษฐกิจแข็งแกร่ง น่าจะมีโอกาสแข็งค่ามากกว่า

การเทรดคู่เงิน Forex ในประเทศไทย มีข้อกฎหมายหรือข้อควรระวังอะไรบ้างที่ควรรู้?

การเทรด Forex กับโบรกเกอร์ต่างชาติในไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะคุ้มครอง หากมีปัญหาจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากกฎหมายไทย ดังนั้นควรเลือกโบรกเกอร์ที่กำกับโดยหน่วยงานสากลชั้นนำ และศึกษาความเสี่ยงกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ละเอียดก่อนลงทุน

สามารถใช้เงินบาท (THB) เทรดคู่เงิน Forex โดยตรงได้หรือไม่ และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่รองรับเงินบาทเป็นสกุลเงินหลักสำหรับบัญชีเทรด บาทมักปรากฏในคู่ exotic อย่าง USD/THB ซึ่งสภาพคล่องต่ำและสเปรดสูง ไม่เหมาะเทรดบ่อย ข้อดีคือโอกาสกำไรสูงถ้าคาดการณ์ถูก แต่ข้อเสียคือเสี่ยงมากและต้นทุนแพง โดยเฉพาะจากปัจจัยการเมือง-เศรษฐกิจไทย

นอกจากคู่เงินหลักแล้ว คู่เงินรองหรือคู่เงินแปลกใหม่อื่นๆ ที่น่าสนใจสำหรับนักเทรดไทยมีอะไรบ้าง?

สำหรับนักเทรดไทยที่อยากลองนอกกรอบคู่หลัก สามารถมอง

  • AUD/JPY หรือ NZD/JPY: คู่ที่ผสมสินค้าโภคภัณฑ์กับสกุลเงินปลอดภัย ได้รับผลจากเศรษฐกิจโลกและราคาสินค้า
  • EUR/AUD หรือ EUR/CAD: แสดงความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจยุโรปกับสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์
  • XAU/USD (ทองคำ): ไม่ใช่คู่เงินแต่เป็นที่รักของนักเทรดไทย โดยเฉพาะช่วงต้องการความมั่นคงจากความไม่แน่นอน

Author photo

發佈留言