
หุ้นบุริมสิทธิ มีสิทธิในเรื่องใดบ้าง? เจาะลึก 5 ข้อที่คุณต้องรู้ก่อนลงทุน
導言:深入了解หุ้นบุริมสิทธิ – คุณมีสิทธิอะไรบ้าง?
ในแวดวงการลงทุน หุ้นบุริมสิทธิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Preferred Shares ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนจำนวนไม่น้อย ด้วยลักษณะที่แตกต่างจากหุ้นสามัญอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับ บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิทธิพิเศษเหล่านั้น รวมถึงการเปรียบเทียบกับหุ้นสามัญ และมุมมองในตลาดทุนไทยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้นักลงทุนชาวไทยตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและมั่นใจมากขึ้น

หุ้นบุริมสิทธิ คืออะไร? คำจำกัดความและลักษณะสำคัญ
หุ้นบุริมสิทธิเป็นรูปแบบหนึ่งของตราสารทุนที่ผสานคุณสมบัติระหว่างหุ้นสามัญกับตราสารหนี้อย่างหุ้นกู้เข้าด้วยกัน ผู้ถือหุ้นประเภทนี้มักไม่มีสิทธิในการลงคะแนนที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือมีสิทธิในขอบเขตจำกัด แต่กลับได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่าผู้ถือหุ้นสามัญในบางด้าน โดยเฉพาะการรับเงินปันผลและการชำระคืนเงินทุนเมื่อบริษัทต้องยุติกิจการ
คุณสมบัติหลักของหุ้นบุริมสิทธิที่ควรทราบ ได้แก่
- สิทธิรับเงินปันผลล่วงหน้า: ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินปันผลก่อนหุ้นสามัญ และส่วนใหญ่เป็นอัตราที่กำหนดไว้คงที่
- สิทธิชำระคืนทุนก่อน: เมื่อบริษัทล้มละลายหรือชำระบัญชี ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้เงินทุนคืนก่อนหุ้นสามัญ แม้จะตามหลังเจ้าหนี้ทั้งหมด
- ขาดสิทธิลงคะแนน: โดยปกติไม่มีสิทธิมีเสียงในการตัดสินใจบริหารบริษัท ซึ่งต่างจากหุ้นสามัญที่ให้สิทธิเต็มรูปแบบในฐานะเจ้าของ
- ลักษณะแบบผสมผสาน: คล้ายหุ้นกู้ตรงที่ให้เงินปันผลคงที่ แต่ยังคงเป็นส่วนของทุนบริษัทเหมือนหุ้นสามัญ แม้จะจำกัดสิทธิ

ประเภทของหุ้นบุริมสิทธิ: รู้จักแต่ละชนิดให้ดีขึ้น
หุ้นบุริมสิทธิแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและสิทธิที่แตกต่างกัน การเข้าใจความหลากหลายเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนเลือกได้ตรงกับความต้องการ
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสม (Cumulative Preferred Shares): ถ้าบริษัทชะลอการจ่ายปันผลในปีใด เงินปันผลค้างชำระจะสะสมไว้ และบริษัทต้องจ่ายให้ครบก่อนหุ้นสามัญ
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่สะสม (Non-cumulative Preferred Shares): หากไม่จ่ายปันผลในปีนั้น เงินส่วนนั้นจะหายไป ผู้ถือไม่มีสิทธิเรียกคืนในภายหลัง
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดแปลงสภาพได้ (Convertible Preferred Shares): ผู้ถือสามารถแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้ตามอัตราที่กำหนด เปิดโอกาสรับผลประโยชน์จากราคาหุ้นสามัญที่เพิ่มขึ้น
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดไถ่ถอนได้ (Callable Preferred Shares): บริษัทสามารถเรียกคืนหุ้นได้ในราคาที่กำหนด มักสูงกว่าราคาหน้าเศษเล็กน้อย
- หุ้นบุริมสิทธิชนิดมีส่วนร่วม (Participating Preferred Shares): นอกจากปันผลคงที่แล้ว ยังได้ส่วนแบ่งเพิ่มหากบริษัทมีกำไรเกินตามเงื่อนไข

เจาะลึกสิทธิของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ: เหนือกว่าหุ้นสามัญอย่างไร?
สิทธิพิเศษของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิทำให้พวกเขาโดดเด่นในสถานการณ์ต่างๆ เมื่อเทียบกับหุ้นสามัญ การทำความเข้าใจสิทธิเหล่านี้คือกุญแจสำคัญสำหรับการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ
สิทธิในการได้รับเงินปันผลก่อน (Priority in Dividend Distribution)
สิทธิที่ชัดเจนที่สุดคือการรับเงินปันผลก่อนหุ้นสามัญเสมอ โดยมักเป็นอัตราคงที่ตามที่กำหนดในเอกสารบริษัท ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รายได้ที่แน่นอนและคาดเดาได้มากกว่าปันผลจากหุ้นสามัญที่ขึ้นอยู่กับผลประกอบการปีนั้นๆ สิทธิประเภทนี้ดึงดูดนักลงทุนที่แสวงหาความมั่นคงในกระแสเงินสด
สิทธิในการได้รับชำระคืนเงินทุนก่อนเมื่อบริษัทเลิกกิจการ (Priority in Liquidation)
หากบริษัทเผชิญวิกฤตจนต้องปิดกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้เงินทุนคืนก่อนหุ้นสามัญ แม้จะตามหลังเจ้าหนี้อันดับแรกและรอง แต่ก็ยังปลอดภัยกว่าผู้ถือหุ้นสามัญที่เสี่ยงสูญเสียทั้งหมดหากสินทรัพย์ไม่พอ
สิทธิออกเสียงและข้อจำกัด (Voting Rights and Limitations)
ส่วนใหญ่หุ้นบุริมสิทธิไม่มีสิทธิลงคะแนนที่ประชุม หรือมีเพียงในกรณีที่กระทบสิทธิโดยตรง เช่น การแก้ไขข้อบังคับที่เกี่ยวกับหุ้นประเภทนี้ หรือเมื่อบริษัทค้างจ่ายปันผลนานๆ การขาดสิทธิเหล่านี้คือจุดต่างหลักจากหุ้นสามัญที่ให้อิทธิพลในการกำหนดทิศทางบริษัท
สิทธิอื่นๆ ที่อาจมีตามข้อบังคับของบริษัท (Other Rights as per Articles of Association)
นอกจากสิทธิพื้นฐาน บางบริษัทอาจเพิ่มสิทธิพิเศษในข้อบังคับ เช่น การไถ่ถอน การแปลงสภาพ หรือส่วนแบ่งกำไรพิเศษ ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะ นักลงทุนในไทยจึงควรตรวจสอบข้อบังคับของบริษัท และรายละเอียดการออกหุ้นให้ละเอียดก่อนลงทุน
เปรียบเทียบหุ้นบุริมสิทธิ vs หุ้นสามัญ: ความแตกต่างที่นักลงทุนไทยควรรู้
เพื่อช่วยนักลงทุนไทยเลือกทางที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยง ตารางเปรียบเทียบนี้สรุปภาพรวมที่ชัดเจน
| คุณสมบัติ | หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Shares) | หุ้นสามัญ (Ordinary Shares) |
|---|---|---|
| สิทธิในการได้รับเงินปันผล | ได้รับก่อนและมักจะเป็นอัตราคงที่ (หรือสะสม) | ได้รับหลังหุ้นบุริมสิทธิ และอัตราผันผวนตามผลประกอบการ |
| สิทธิในการได้รับชำระคืนเงินทุน | ได้รับก่อนหุ้นสามัญเมื่อบริษัทเลิกกิจการ | ได้รับหลังหุ้นบุริมสิทธิ (และเจ้าหนี้ทั้งหมด) มีโอกาสไม่ได้รับคืนเลย |
| สิทธิออกเสียง | โดยทั่วไปไม่มี หรือมีจำกัดมากในบางกรณี | มีสิทธิออกเสียงเต็มที่ในการบริหารและตัดสินใจของบริษัท |
| ศักยภาพในการเติบโตของราคา | ค่อนข้างจำกัด ราคาไม่ค่อยผันผวนมากนัก | มีศักยภาพในการเติบโตสูงตามผลประกอบการและอนาคตของบริษัท |
| ความเสี่ยง | ต่ำกว่าหุ้นสามัญ เนื่องจากมีความมั่นคงของรายได้และสิทธิในการได้รับคืนก่อน | สูงกว่าหุ้นบุริมสิทธิ แต่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่า |
| ผลตอบแทนที่คาดหวัง | รายได้สม่ำเสมอจากเงินปันผล | รายได้จากเงินปันผล (ไม่แน่นอน) และส่วนต่างราคา (Capital Gain) |
| สภาพคล่อง | มักจะต่ำกว่าหุ้นสามัญในตลาดรอง | สูงกว่าหุ้นบุริมสิทธิ |
นักลงทุนไทยบางคนมักสับสนว่าหุ้นบุริมสิทธิเหมือนหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนแน่นอน แต่จริงๆ แล้ว มันยังเป็นทุนที่บริษัทไม่บังคับจ่ายปันผลถ้าไม่มีกำไร (ยกเว้นแบบสะสม) และไม่มีกำหนดไถ่ถอนตายตัวเหมือนหนี้
หุ้นบุริมสิทธิในบริบทของประเทศไทย: กฎหมายและตลาด
ในไทย การออกและซื้อขายหุ้นบุริมสิทธิอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 139 บริษัทสามารถออกหุ้นบุริมสิทธิได้ หากระบุสิทธิชัดเจนในข้อบังคับ เช่น สิทธิปันผล สิทธิคืนทุน และจำกัดสิทธิลงคะแนน นักลงทุนควรดูเอกสารบริษัทโดยตรงเพื่อความชัดเจน
ในอดีต บริษัทจดทะเบียนใน SET บางแห่งออกหุ้นบุริมสิทธิเพื่อระดมทุนโดยไม่เพิ่มสิทธิลงคะแนน หรือปรับโครงสร้างทุน แต่ปัจจุบันจำนวนน้อยกว่าหุ้นสามัญ ส่งผลให้สภาพคล่องต่ำ นักลงทุนจึงควรพิจารณาก่อนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวหลังโควิด ซึ่งหุ้นบุริมสิทธิอาจเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ดี
ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิสำหรับนักลงทุนไทย
การลงทุนหุ้นบุริมสิทธิมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่นักลงทุนไทยต้องชั่งน้ำหนัก โดยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจไทยที่ผันผวนจากปัจจัยภายนอก
ข้อดีของการลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ:
- กระแสรายได้ที่สม่ำเสมอ: ได้ปันผลคงที่ เหมาะกับผู้ต้องการรายได้ประจำโดยไม่ชอบความผันผวน
- ความมั่นคงสูงกว่าหุ้นสามัญ: ในภาวะวิกฤต ได้รับปันผลและคืนทุนก่อน เพิ่มความปลอดภัย
- ความเสี่ยงต่ำกว่า: ราคาเคลื่อนไหวตามดอกเบี้ยตลาดมากกว่าผลประกอบการ ทำให้เสี่ยงน้อย
- โอกาสในการแปลงสภาพ (สำหรับชนิดแปลงสภาพได้): สามารถเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญเพื่อรับผลประโยชน์จาก growth ของบริษัท
ข้อเสียของการลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ:
- ศักยภาพในการเติบโตของราคาจำกัด: ราคาไม่พุ่งสูงแม้บริษัทกำไรดี ส่งผลให้ capital gain น้อย
- ไม่มีสิทธิออกเสียง: ไม่ได้มีส่วนกำหนดนโยบายบริษัท ซึ่งไม่เหมาะกับนักลงทุนที่อยากมีอิทธิพล
- ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย: ถ้าดอกเบี้ยขึ้น ราคาหุ้นบุริมสิทธิอาจตกเพราะปันผลคงที่ไม่น่าดึงดูด
- สภาพคล่องต่ำ: ในตลาดไทย การซื้อขายบางตัวยาก ต้องรอนานกว่าจะจับคู่
- ความเสี่ยงจากการถูกเรียกคืน: บริษัทอาจไถ่ถอนเมื่อดอกเบี้ยต่ำ บังคับให้ reinvest ในอัตราต่ำ
ข้อควรรู้ด้านภาษีสำหรับเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิในประเทศไทย
สำหรับบุคคลธรรมดาในไทย เงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ตามประมวลรัษฎากร
มีทางเลือกจัดการภาษี 2 แบบ
- ไม่รวมคำนวณภาษีประจำปี: ให้ 10% เป็นภาษีสุดท้าย เหมาะกับผู้มีฐานภาษีสูงเพราะอัตราปกติอาจเกิน 10%
- รวมคำนวณภาษีประจำปี: นำปันผลรวมเงินได้บุคคลธรรมดา และใช้เครดิตภาษีจากที่หักไว้ ด้วยสูตรเครดิต = ปันผล x (อัตราภาษีนิติบุคคล / (100 – อัตราภาษีนิติบุคคล)) เหมาะกับฐานภาษีต่ำที่อาจได้คืน
ควรอัปเดตข้อมูลจากกรมสรรพากร หรือปรึกษาที่ปรึกษาภาษี เพื่อวางแผนให้เหมาะสม โดยเฉพาะในปีที่มีการปรับโครงสร้างภาษี
บทสรุป: การตัดสินใจลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิอย่างชาญฉลาด
หุ้นบุริมสิทธิเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับนักลงทุนที่เน้นความมั่นคงรายได้และเสี่ยงต่ำ ด้วยสิทธิรับปันผลก่อนและคืนทุนก่อนเมื่อบริษัทล้ม แต่การตัดสินใจต้องครอบคลุมทุกมิติ เช่น ประเภทหุ้น สภาพคล่อง ดอกเบี้ยตลาด และข้อบังคับบริษัท
นักลงทุนไทยควรเริ่มจากประเมินเป้าหมายและความเสี่ยง หากต้องการรายได้แน่นอนโดยไม่เน้น growth หุ้นบุริมสิทธิเหมาะสม แต่ถ้าอยากมีส่วนบริหารและ capital gain หุ้นสามัญดีกว่า ไม่ว่าจะเลือกอะไร การศึกษาลึกและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้การลงทุนสอดคล้องกับแผนการเงินส่วนตัว
หุ้นบุริมสิทธิ มีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว หุ้นบุริมสิทธิจะไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น หรือมีสิทธิออกเสียงที่จำกัดมาก เฉพาะในบางกรณีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิของผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิเท่านั้น เช่น การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัทที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นบุริมสิทธิ
ถ้าบริษัทไม่มีกำไร หุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินปันผลไหม และเป็นแบบสะสมหรือไม่?
หากบริษัทไม่มีกำไร หรือมีกำไรไม่เพียงพอ บริษัทอาจไม่จ่ายเงินปันผลให้กับหุ้นบุริมสิทธิได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของหุ้นบุริมสิทธิ ถ้าเป็น หุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสม เงินปันผลที่ค้างจ่ายจะถูกสะสมไว้และบริษัทจะต้องจ่ายให้ครบก่อนที่จะจ่ายเงินปันผลให้หุ้นสามัญ แต่ถ้าเป็น หุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่สะสม เงินปันผลที่ไม่ได้จ่ายจะถือว่าสูญไป
หุ้นบุริมสิทธิ สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้อย่างไร?
หุ้นบุริมสิทธิของบริษัทจดทะเบียนบางแห่งสามารถซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เช่นเดียวกับหุ้นสามัญ โดยผ่านโบรกเกอร์หลักทรัพย์ที่คุณมีบัญชีซื้อขายอยู่ อย่างไรก็ตาม หุ้นบุริมสิทธิบางตัวอาจมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่ค่อนข้างต่ำ นักลงทุนควรตรวจสอบสัญลักษณ์หุ้นและสภาพคล่องก่อนการซื้อขาย
นักลงทุนไทยควรพิจารณาปัจจัยใดบ้างก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ?
- **ประเภทของหุ้นบุริมสิทธิ:** เป็นชนิดสะสม ไม่สะสม แปลงสภาพได้ หรือไถ่ถอนได้
- **ความสามารถในการทำกำไรของบริษัท:** เพื่อประเมินความต่อเนื่องในการจ่ายเงินปันผล
- **สภาพคล่องในการซื้อขาย:** หุ้นบุริมสิทธิบางตัวมีสภาพคล่องต่ำ
- **อัตราดอกเบี้ยในตลาด:** มีผลต่อราคาหุ้นบุริมสิทธิ
- **ข้อบังคับของบริษัท:** ศึกษาสิทธิและข้อจำกัดที่ระบุไว้ให้ชัดเจน
- **เป้าหมายการลงทุน:** ต้องการรายได้ประจำหรือการเติบโตของเงินทุน
หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพได้คืออะไร และมีข้อดีข้อเสียอย่างไรสำหรับนักลงทุนในไทย?
หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพได้ คือ หุ้นบุริมสิทธิที่ผู้ถือมีสิทธิที่จะแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ตามอัตราและเงื่อนไขที่กำหนด
- **ข้อดี:** นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นสามัญในอนาคต หากบริษัทเติบโตได้ดี ขณะที่ยังคงได้รับเงินปันผลที่มั่นคงในระหว่างที่ยังไม่แปลงสภาพ
- **ข้อเสีย:** การแปลงสภาพอาจมีช่วงเวลาจำกัด และอัตราการแปลงสภาพอาจไม่คุ้มค่าหากราคาหุ้นสามัญไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ การแปลงสภาพอาจทำให้สิทธิพิเศษของหุ้นบุริมสิทธิหายไป
มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยใดบ้างที่เคยออกหุ้นบุริมสิทธิ?
ในอดีตมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยหลายแห่งที่เคยออกหุ้นบุริมสิทธิ เช่น บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC-P), บมจ. ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO-P), บมจ. การบินไทย (THAI-P) อย่างไรก็ตาม หุ้นบุริมสิทธิเหล่านี้บางส่วนอาจถูกแปลงสภาพไปแล้ว หรือมีสภาพคล่องในการซื้อขายที่จำกัด นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การได้รับเงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิในประเทศไทย มีผลทางภาษีอย่างไรสำหรับบุคคลธรรมดา?
เงินปันผลจากหุ้นบุริมสิทธิที่ได้รับในประเทศไทยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 สำหรับบุคคลธรรมดา ผู้ลงทุนสามารถเลือกที่จะให้เป็นภาษีสุดท้าย (Final Tax) โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปี หรือจะนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีและใช้เครดิตภาษีเพื่อขอคืนภาษีได้ หากอยู่ในฐานภาษีที่ต่ำกว่า
ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับชำระคืนเงินทุนก่อนหุ้นสามัญจริงหรือไม่?
ใช่ ถูกต้องตามหลักการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิที่จะได้รับชำระคืนเงินทุนของตนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเมื่อบริษัทเลิกกิจการหรือถูกชำระบัญชี อย่างไรก็ตาม สิทธิในการได้รับชำระคืนนี้ยังคงอยู่ภายหลังการชำระหนี้ทั้งหมดให้กับเจ้าหนี้ของบริษัท
ข้อบังคับของบริษัทในประเทศไทยมีผลต่อสิทธิและข้อจำกัดของหุ้นบุริมสิทธิอย่างไร?
ข้อบังคับของบริษัท (Articles of Association) เป็นเอกสารสำคัญที่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิและข้อจำกัดของหุ้นบุริมสิทธิในประเทศไทยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินปันผล สิทธิในการออกเสียง (หากมี) เงื่อนไขการแปลงสภาพ หรือการไถ่ถอน นักลงทุนจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อบังคับของบริษัทที่ออกหุ้นบุริมสิทธิอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
หุ้นบุริมสิทธิเหมาะกับนักลงทุนประเภทไหนในประเทศไทย?
หุ้นบุริมสิทธิเหมาะสำหรับนักลงทุนไทยที่:
- ต้องการกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอและคาดการณ์ได้
- รับความเสี่ยงได้ต่ำถึงปานกลาง และต้องการความปลอดภัยของเงินลงทุนสูงกว่าหุ้นสามัญ
- ไม่เน้นการเติบโตของราคาหุ้นมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับเงินปันผล
- เป็นนักลงทุนที่เกษียณแล้ว หรือต้องการสร้างรายได้ประจำจากพอร์ตการลงทุน
- ต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนด้วยสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติกึ่งหุ้นกู้
發佈留言
很抱歉,必須登入網站才能發佈留言。