Put Call คืออะไร? คู่มือนักลงทุนไทยสู่โลก Options ใน TFEX อย่างชาญฉลาด

ในโลกของการลงทุนที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง การทำความเข้าใจเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จ นักลงทุนชาวไทยที่อยากขยายพอร์ตลงทุนและเพิ่มโอกาสทำกำไร ไม่ว่าจะในช่วงตลาดปรับตัวขึ้นหรือลง ก็ควรหันมาสนใจ “Put Call Option” ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่มีเสน่ห์และศักยภาพสูง แม้เครื่องมือนี้จะมีกลไกเฉพาะตัวและความเสี่ยงที่แตกต่างจากการลงทุนในหุ้นทั่วไป แต่หากเข้าใจดี ก็สามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงแก่นสารของ Put Option และ Call Option อธิบายการทำงาน องค์ประกอบหลัก พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับ Derivative Warrant (DW) และแนะนำแนวทางลงทุนในตลาด TFEX ของไทย เพื่อให้นักลงทุนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับกลางสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างชาญฉลาด

นักลงทุนนำทางตลาดการเงินที่ซับซ้อนพร้อมลูกศรสำหรับแนวโน้มขึ้นและลง สไตล์ภาพประกอบ

Put Call คืออะไร? ทำความเข้าใจพื้นฐานของ Call Option และ Put Option

Options หรือที่เรียกว่าตราสารสิทธิ คือสัญญาที่มอบ “สิทธิ” ให้กับผู้ถือครองหรือผู้ซื้อในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า (เรียกว่า Strike Price) ณ วันที่กำหนด (Expiration Date) โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์นั้นเสมอไป แต่ผู้ขายกลับมี “หน้าที่” ที่ต้องปฏิบัติตามหากผู้ซื้อตัดสินใจใช้สิทธิ ดังนั้น การเข้าใจว่า Put Call คืออะไร จึงเริ่มต้นจากการแยกแยะสิทธิ์ทั้งสองประเภทนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพรวมที่สมบูรณ์

สองมือถือสัญญาแทนตัวเลือก ผู้ซื้อมีสิทธิและผู้ขายมีหน้าที่ สไตล์ภาพประกอบ

Call Option คืออะไร? (สิทธิในการซื้อ)

Call Option คือสัญญาที่มอบสิทธิให้กับ ผู้ซื้อ Call ในการ “ซื้อ” สินทรัพย์อ้างอิงในราคาใช้สิทธิที่ตกลงกัน ณ เวลาหรือก่อนวันหมดอายุ

  • ผู้ซื้อ Call (Long Call): มองว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะ “ปรับตัวสูงขึ้น” ผู้ซื้อต้องจ่ายค่าพรีเมียมให้ผู้ขาย หากราคาสินทรัพย์พุ่งสูงกว่าราคาใช้สิทธิมากเท่าไร กำไรก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าราคาไม่ขึ้นหรือกลับลง ผู้ซื้อจะขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียมที่จ่ายไปเท่านั้น ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงได้ดี
  • ผู้ขาย Call (Short Call): คาดว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะ “ไม่ขึ้น” หรือ “ลดลง” ผู้ขายรับค่าพรีเมียมจากผู้ซื้อ หากราคาไม่ทะลุราคาใช้สิทธิ ผู้ขายจะได้กำไรเต็มจำนวนค่าพรีเมียม แต่ถ้าราคาพุ่งสูงมาก ผู้ขายต้องรับผิดชอบส่งมอบสินทรัพย์ในราคาใช้สิทธิ ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดทุนที่ไม่มีขีดจำกัด
บุคคลซื้อตัวเลือกเรียกพร้อมกราฟแนวโน้มขึ้นบ่งชี้ศักยภาพกำไร สไตล์ภาพประกอบ

Put Option คืออะไร? (สิทธิในการขาย)

Put Option คือสัญญาที่มอบสิทธิให้กับ ผู้ซื้อ Put ในการ “ขาย” สินทรัพย์อ้างอิงในราคาใช้สิทธิที่ตกลงกัน ณ เวลาหรือก่อนวันหมดอายุ

  • ผู้ซื้อ Put (Long Put): คาดว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะ “ลดลง” ผู้ซื้อจ่ายค่าพรีเมียมให้ผู้ขาย หากราคาตกต่ำกว่าราคาใช้สิทธิมากเท่าไร กำไรก็จะยิ่งมากขึ้นตาม และยังนำ Put Option มาใช้ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) สำหรับพอร์ตหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าราคาไม่ลงหรือกลับขึ้น ผู้ซื้อขาดทุนสูงสุดไม่เกินค่าพรีเมียมที่จ่ายไป
  • ผู้ขาย Put (Short Put): มองว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะ “ไม่ลง” หรือ “ขึ้น” ผู้ขายรับค่าพรีเมียมจากผู้ซื้อ หากราคาไม่ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ ผู้ขายได้กำไรเต็มค่าพรีเมียม แต่ถ้าราคาร่วงหนัก ผู้ขายต้องรับซื้อสินทรัพย์ในราคาใช้สิทธิ ซึ่งอาจขาดทุนแบบไม่มีขีดจำกัด

องค์ประกอบสำคัญของ Options ที่นักลงทุนควรรู้

การรู้จักองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินมูลค่าและวางแผนกลยุทธ์สำหรับ Put Call Option ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยแต่ละส่วนล้วนมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ

ราคาใช้สิทธิ (Strike Price)

ราคาใช้สิทธิ หรือ Strike Price คือระดับราคาที่ผู้ซื้อ Option สามารถใช้สิทธิซื้อ (สำหรับ Call) หรือขาย (สำหรับ Put) สินทรัพย์อ้างอิงในวันที่กำหนด มันเป็นตัวชี้วัดหลักว่าตัวเลือกนั้นจะให้กำไรหรือขาดทุนเมื่อหมดอายุ และส่งผลโดยตรงต่อระดับค่าพรีเมียมที่ต้องจ่าย

ราคาพรีเมียม (Premium)

ราคาพรีเมียมคือค่าตอบแทนที่ผู้ซื้อ Option ชำระให้ผู้ขาย เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ มันประกอบด้วยสองส่วนหลักที่นักลงทุนควรแยกแยะให้ชัด

  • มูลค่าภายใน (Intrinsic Value): คือมูลค่าจริงที่ Option มีในขณะนี้ หากใช้สิทธิทันที เช่น กรณีราคาหุ้นปัจจุบันสูงกว่าราคาใช้สิทธิสำหรับ Call หรือต่ำกว่าสำหรับ Put
  • มูลค่าเวลา (Time Value): เกิดจากเวลาที่เหลือจนถึงวันหมดอายุและระดับความผันผวนของสินทรัพย์ ยิ่งเวลายาวนานและตลาดผันผวนมาก มูลค่านี้ก็ยิ่งสูง แต่จะค่อยๆ ลดลงจนหมดเมื่อใกล้หมดอายุ (เรียกว่า Time Decay) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อต้องระวัง

วันหมดอายุ (Expiration Date)

วันหมดอายุคือวันสุดท้ายที่ผู้ถือ Option สามารถใช้สิทธิได้ หลังจากนั้นตัวเลือกจะไร้ค่า การเลือกวันหมดอายุที่เหมาะสมจึงสำคัญมาก เพราะมันกระทบต่อมูลค่าเวลาและกลยุทธ์โดยรวม เช่น หากคาดการณ์การเคลื่อนไหวระยะสั้น อาจเลือกวันหมดอายุใกล้ๆ เพื่อลดผลกระทบจาก Time Decay

สินค้าอ้างอิง (Underlying Asset)

สินค้าอ้างอิงคือหลักทรัพย์หรือดัชนีที่สัญญา Option ผูกติด เช่น ในตลาด TFEX ของไทย SET50 Options เป็นตัวเลือกยอดนิยมที่อ้างอิงจากดัชนี SET50 Index Futures ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นใหญ่ๆ ได้ง่าย

Put Call Option ทำงานอย่างไร? ตัวอย่างสถานการณ์จริงในตลาด TFEX

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการซื้อขาย Put Call Option ในตลาด TFEX โดยใช้ SET50 Index Futures เป็นสินค้าอ้างอิง ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง

ตัวอย่าง Call Option: คาดว่าตลาดจะขึ้น

สมมติว่า SET50 Index Futures อยู่ที่ 900 จุด และคุณมองว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สถานการณ์ที่ 1: ซื้อ Call Option (Long Call)

  • คุณเลือกซื้อ Call Option ราคาใช้สิทธิ 920 จุด หมดอายุใน 1 เดือน ด้วยค่าพรีเมียม 10 จุด (สัญญาละ 200 บาทต่อจุด รวม 2,000 บาทต่อสัญญา)
  • หาก SET50 Index Futures ขึ้นไป 950 จุด: Option มีมูลค่าภายใน 30 จุด (950 – 920) คุณใช้สิทธิ ได้กำไรสุทธิ 20 จุด หรือ 4,000 บาทต่อสัญญา (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น)
  • หาก SET50 Index Futures อยู่ที่ 910 จุด หรือต่ำกว่า: Option ไร้มูลค่าภายใน คุณไม่ใช้สิทธิ ขาดทุน 10 จุด หรือ 2,000 บาทต่อสัญญา

สถานการณ์ที่ 2: ขาย Call Option (Short Call)

  • คุณขาย Call Option ราคาใช้สิทธิ 920 จุด หมดอายุ 1 เดือน รับค่าพรีเมียม 10 จุด (2,000 บาทต่อสัญญา)
  • หาก SET50 Index Futures ขึ้น 950 จุด: ผู้ซื้อใช้สิทธิ คุณต้องส่งมอบที่ 920 จุด ขณะตลาด 950 จุด ขาดทุนสุทธิ 20 จุด หรือ 4,000 บาทต่อสัญญา
  • หาก SET50 Index Futures อยู่ 910 จุด หรือต่ำกว่า: ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิ คุณกำไร 10 จุด หรือ 2,000 บาทต่อสัญญา

ตัวอย่าง Put Option: คาดว่าตลาดจะลง หรือป้องกันความเสี่ยง

สมมติ SET50 Index Futures อยู่ที่ 900 จุด และคุณคาดว่าตลาดจะลง หรืออยากป้องกันพอร์ตหุ้น

สถานการณ์ที่ 1: ซื้อ Put Option (Long Put)

  • คุณซื้อ Put Option ราคาใช้สิทธิ 880 จุด หมดอายุ 1 เดือน ค่าพรีเมียม 10 จุด (2,000 บาทต่อสัญญา)
  • หาก SET50 Index Futures ลง 850 จุด: มูลค่าภายใน 30 จุด (880 – 850) กำไรสุทธิ 20 จุด หรือ 4,000 บาทต่อสัญญา
  • หาก SET50 Index Futures อยู่ 890 จุด หรือสูงกว่า: ไร้มูลค่าภายใน ไม่ใช้สิทธิ ขาดทุน 10 จุด หรือ 2,000 บาทต่อสัญญา

สถานการณ์ที่ 2: ขาย Put Option (Short Put)

  • คุณขาย Put Option ราคาใช้สิทธิ 880 จุด หมดอายุ 1 เดือน รับ 10 จุด (2,000 บาทต่อสัญญา)
  • หาก SET50 Index Futures ลง 850 จุด: ผู้ซื้อใช้สิทธิ คุณรับซื้อที่ 880 จุด ขณะตลาด 850 จุด ขาดทุนสุทธิ 20 จุด หรือ 4,000 บาทต่อสัญญา
  • หาก SET50 Index Futures อยู่ 890 จุด หรือสูงกว่า: ไม่ใช้สิทธิ กำไร 10 จุด หรือ 2,000 บาทต่อสัญญา

จากตัวอย่างเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าการลงทุน Put Call Option แม้จะซับซ้อนกว่าการซื้อขายหุ้นทั่วไป แต่ก็เปิดโอกาสทำกำไรทั้งในตลาดขึ้นและลง รวมถึงใช้ป้องกันความเสี่ยงได้อย่างยืดหยุ่น โดยเฉพาะในสภาวะตลาดที่ผันผวน

Options vs. DW (Derivative Warrant): เลือกอะไรดีสำหรับนักลงทุนไทย?

นักลงทุนชาวไทยมักสับสนระหว่าง Options กับ Derivative Warrant (DW) เพราะทั้งสองเป็นอนุพันธ์ที่ให้สิทธิซื้อหรือขายหลักทรัพย์อ้างอิง แต่จริงๆ แล้วมีจุดต่างที่สำคัญ ซึ่งควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนเลือกใช้

ความคล้ายคลึงและข้อแตกต่างที่สำคัญ

นี่คือตารางเปรียบเทียบระหว่าง Options และ DW เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน

คุณสมบัติ Options (ตราสารสิทธิ) DW (Derivative Warrant)
ผู้ออก (Issuer) ตลาด TFEX (สัญญามาตรฐาน) บริษัทหลักทรัพย์ (เอกชน)
สินค้าอ้างอิง SET50 Index Futures, ทองคำ, น้ำมัน, หุ้นรายตัว หุ้นรายตัว, ดัชนีหลักทรัพย์
ประเภท Call Option, Put Option Call DW, Put DW
การซื้อขาย ตลาด TFEX ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เหมือนหุ้น
สภาพคล่อง โดยทั่วไปมีสภาพคล่องสูง หากเป็นซีรีส์ที่นิยม ขึ้นอยู่กับผู้ออก DW และปริมาณการซื้อขายในตลาดรอง
ความซับซ้อน ซับซ้อนกว่า มีกลยุทธ์ที่หลากหลาย เข้าใจง่ายกว่า Options แต่มีความซับซ้อนจากอัตราทด (Gearing) และค่าเสื่อมเวลา
ความเสี่ยง ผู้ซื้อขาดทุนจำกัด (พรีเมียม), ผู้ขายขาดทุนไม่จำกัด ขาดทุนจำกัดที่เงินลงทุนทั้งหมด
การจัดการความเสี่ยง ต้องวางหลักประกันสำหรับผู้ขาย ไม่มีการเรียกหลักประกันเพิ่ม
ราคาพรีเมียม ขึ้นอยู่กับมูลค่าภายใน, มูลค่าเวลา, ความผันผวน ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียวกับ Options แต่มีค่าธรรมเนียมและสเปรดจากผู้ออก

สถานการณ์ที่เหมาะสมกับการลงทุนแต่ละประเภท

  • เลือก Options หาก: คุณอยากได้ความยืดหยุ่นในการสร้างกลยุทธ์ซับซ้อน เช่น Spreads หรือ Straddles เพื่อตอบโจทย์มุมมองตลาดที่หลากหลาย อยากเป็นผู้ขายเพื่อรับพรีเมียม หรือใช้ป้องกันความเสี่ยงในตลาดอนุพันธ์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะเมื่อคุณมีประสบการณ์พอที่จะจัดการหลักประกัน
  • เลือก DW หาก: คุณเป็นมือใหม่ที่อยากลองเครื่องมืออนุพันธ์ที่คล้ายหุ้น ซื้อขายสะดวก และใช้ leverage เพื่อกำไรจาก 움직ไหวของหุ้นหรือดัชนีระยะสั้น โดยความเสี่ยงจำกัดแค่เงินลงทุน ซึ่งเหมาะสำหรับการเริ่มต้นโดยไม่ซับซ้อนเกินไป

หลักการ Put-Call Parity: เครื่องมือช่วยวิเคราะห์มูลค่า Options

หลักการ Put-Call Parity เป็นแนวคิดพื้นฐานในทฤษฎีราคา Option ที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างราคา Call Option, Put Option, สินทรัพย์อ้างอิง และอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะในตลาดที่ปราศจากโอกาสกำไรไร้ความเสี่ยง (Arbitrage-free market) ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทรงพลัง

Put-Call Parity คืออะไรในแบบเข้าใจง่าย

สำหรับ Option แบบ European (ใช้สิทธิเฉพาะวันหมดอายุ) ที่มี Strike Price และวันหมดอายุเดียวกัน หลักการนี้กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างราคา Call (C), Put (P), สินทรัพย์อ้างอิง (S), และมูลค่าปัจจุบันของ Strike Price (PV(K)) ตามสมการพื้นฐาน:

C + PV(K) = P + S

หรือ C – P = S – PV(K)

พูดง่ายๆ คือ การถือ Call พร้อมเงินสดเท่ามูลค่าปัจจุบันของ Strike Price จะให้ผลเหมือนถือ Put กับสินทรัพย์อ้างอิง หากตลาดสมดุลและไม่มี arbitrage ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเห็นจุดสมดุลของราคา

นำ Put-Call Parity มาใช้ประโยชน์ในการลงทุนได้อย่างไร

หลักการนี้ช่วยนักลงทุนในหลายด้าน โดยเฉพาะ

  • ประเมินมูลค่า Options: ถ้าราคา Call หรือ Put เบี่ยงเบนจากสมการมาก อาจบ่งบอกว่านั่นตัวถูกหรือแพงเกินไป สร้างโอกาส arbitrage โดยซื้อตัวถูกและขายตัวแพงเพื่อล็อกกำไร
  • สร้างกลยุทธ์การลงทุน: ใช้สร้างตำแหน่งสังเคราะห์ เช่น Synthetic Long Stock (ซื้อ Call + ขาย Put) ที่เหมือนถือหุ้นจริง หรือ Synthetic Long Put (ซื้อ Call + ขายหุ้น) ที่เลียนแบบ Put Option ซึ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ต

ถึงแม้ในตลาดจริงจะมีปัจจัยรบกวน เช่น Option ใน TFEX ส่วนใหญ่เป็น American Style ที่ใช้สิทธิได้ก่อนหมดอายุ หรือค่าธรรมเนียม แต่ Put-Call Parity ยังคงเป็นกรอบคิดสำคัญสำหรับการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน

ความเสี่ยงและข้อควรระวังในการลงทุน Put Call Option สำหรับมือใหม่

Put Call Option มีพลังในการสร้างผลตอบแทนสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม นักลงทุนเริ่มต้นควรศึกษาความเสี่ยงเหล่านี้ให้ละเอียดและเตรียมแผนรับมือ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ความเสี่ยงหลักที่ต้องเจอ

  • การสูญเสียค่าพรีเมียม (Premium Loss): ผู้ซื้อจะเสียค่าพรีเมียมทั้งหมด หากสินทรัพย์ไม่เคลื่อนไหวตามคาดก่อนหมดอายุ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในตลาดที่สงบ
  • การลดลงของมูลค่าเวลา (Time Decay): มูลค่าเวลาลดลงทุกวันเมื่อใกล้หมดอายุ ส่งผลเสียต่อผู้ซื้อ โดยเฉพาะถ้าถือยาวโดยไม่มีการเคลื่อนไหวราคา
  • ความเสี่ยงจากเลเวอเรจ (Leverage Risk): ด้วยอัตราทดสูง การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสินทรัพย์อาจทำให้กำไรหรือขาดทุนพุ่งสูงเปอร์เซ็นต์มาก
  • ความเสี่ยงไม่จำกัดสำหรับผู้ขาย (Unlimited Risk for Sellers): ผู้ขาย Call เสี่ยงขาดทุน无限ถ้าราคาพุ่ง และผู้ขาย Put เสี่ยงถ้าราคาร่วงหนัก
  • ความผันผวน (Volatility Risk): ราคา Option 敏感ต่อความผันผวน ถ้าลดลงกะทันหัน ราคาอาจตกแม้สินทรัพย์ไม่เปลี่ยน

เคล็ดลับการบริหารความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนไทย

  • จำกัดเงินลงทุน: ใช้เงินที่ยอมเสียได้เท่านั้น อย่านำเงินทั้งหมดมาลงทุนใน Option เพื่อป้องกันผลกระทบใหญ่
  • ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss): ผู้ซื้อควรกำหนดจุดตัดขาดทุนชัดเจน ส่วนผู้ขายควร hedge ด้วย Option ตรงข้ามหรือปิดสถานะทันทีที่ผิดทาง
  • เริ่มต้นด้วยขนาดเล็ก: มือใหม่ควรเทรดสัญญาน้อยๆ ก่อน เพื่อเรียนรู้กลไกและปรับตัวกับตลาด
  • กระจายความเสี่ยง: อย่ากองเงินไว้ที่ Option เดียว ควรกระจายไปยังสินทรัพย์และกลยุทธ์อื่นๆ เพื่อลดผลกระทบ
  • ศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง: ตลาดอนุพันธ์ซับซ้อน ต้องอัปเดตกลยุทธ์และปัจจัยที่กระทบราคา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีคู่มือและข้อมูล hữu íchสำหรับนักลงทุนไทย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักลงทุนมือใหม่

  • ใช้เลเวอเรจมากเกินไป: หวังกำไรสูงแต่ละเลยความเสี่ยงที่ตามมา
  • ไม่ตั้งจุดตัดขาดทุน: ปล่อยให้ขาดทุนสะสมจนควบคุมไม่ได้
  • มองข้ามมูลค่าเวลา: ถือ Option ใกล้หมดอายุโดยไม่วางแผน สูญเสียจาก Time Decay
  • ไม่เข้าใจกลไกการซื้อขาย: สับสนเรื่องสิทธิและหน้าที่ โดยเฉพาะเมื่อเป็นผู้ขาย
  • ไม่มีวินัย: เทรดตามอารมณ์หรือข่าวลือ แทนการยึดแผน

เริ่มต้นเทรด Put Call Option ในตลาด TFEX ได้อย่างไร? (สำหรับนักลงทุนไทย)

หากคุณเป็นนักลงทุนไทยที่สนใจ Put Call Option ใน TFEX ขั้นตอนเริ่มต้นไม่ยุ่งยาก แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งเอกสารและความรู้

ขั้นตอนการเปิดบัญชีอนุพันธ์

การเทรดอนุพันธ์ใน TFEX ต้องเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิก TFEX เช่น บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง หรือบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย

  1. ติดต่อบริษัทหลักทรัพย์: เลือกโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้ และสอบถามเอกสารที่ต้องใช้
  2. กรอกใบสมัคร: เติมฟอร์มเปิดบัญชีอนุพันธ์ ซึ่งต่างจากบัญชีหุ้นปกติ
  3. ยื่นเอกสาร: เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บัญชีธนาคาร และหลักฐานรายได้
  4. ประเมินความเสี่ยง: โบรกเกอร์จะทดสอบความเข้าใจและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับ เพื่อยืนยันว่าคุณพร้อมกับผลิตภัณฑ์นี้
  5. วางหลักประกัน: หลังเปิดบัญชี ต้องฝาก Initial Margin ตามเกณฑ์ TFEX สำหรับการเทรด

แพลตฟอร์มการซื้อขายและการใช้งานเบื้องต้น

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้งานสะดวก เช่น Trade Master จาก บล.บัวหลวง หรือ Streaming for Futures จากโบรกเกอร์อื่นๆ ซึ่งแสดงราคาเรียลไทม์ กราฟ และ Option Chain สำหรับส่งคำสั่ง

  • ทำความคุ้นเคยกับ Option Chain: เรียนรู้การอ่านตารางนี้เพื่อเลือกสัญญาที่ตรงกลยุทธ์ เช่น เปรียบเทียบ Strike Price และพรีเมียม
  • ทดลองใช้บัญชีจำลอง (Paper Trading): ถ้าโบรกเกอร์มี ควรลองเทรดเสมือนจริงก่อน เพื่อฝึกมือและเห็นผลกระทบจากราคาโดยไม่เสียเงินจริง

ข้อควรรู้ก่อนการเทรดจริง

  • เวลาทำการซื้อขาย: TFEX มีตารางเวลาต่างจากหุ้น ตรวจสอบให้ชัวร์สำหรับสินค้าอ้างอิงแต่ละตัว
  • ราคาขั้นต่ำและราคาเสนอซื้อ/เสนอขาย (Bid/Offer Price): เข้าใจ Tick Size และส่วนต่าง Bid-Ask เพื่อเทรดได้แม่นยำ
  • การชำระราคา (Settlement): รู้วิธีชำระเมื่อหมดอายุ เช่น ชำระเงินสดสำหรับ SET50 Options
  • การเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call): ถ้าหลักประกันต่ำกว่า Maintenance Margin ต้องเติมเพิ่ม มิฉะนั้นอาจถูกบังคับปิดสถานะ

สรุป: Put Call Option เครื่องมือการลงทุนที่ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

Put Call Option คือเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังและปรับตัวได้สูง ช่วยให้นักลงทุนทำกำไรในทุกสภาวะตลาด ไม่ว่าจะขึ้น ลง หรือเคลื่อนไหว sideways และยังเป็นตัวช่วยบริหารความเสี่ยงในพอร์ตได้ดี แต่ด้วยความซับซ้อนนี้ ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย

สำหรับนักลงทุนไทย การเข้าใจพื้นฐาน Call และ Put Option องค์ประกอบสัญญา การทำงานใน TFEX ความต่างจาก DW และการใช้ Put-Call Parity จะช่วยตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล สิ่งสำคัญคือวินัยในการบริหารความเสี่ยงและการเรียนรู้ต่อเนื่อง เพื่อใช้ประโยชน์จาก Put Call Option อย่างเต็มที่และยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Put Call Option (FAQ)

Put Call Option คืออะไร และแตกต่างจากหุ้นอย่างไร?

Put Call Option คือสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อ (Call) หรือขาย (Put) สินทรัพย์อ้างอิงในราคาและเวลาที่กำหนด โดยผู้ซื้อมีสิทธิแต่ไม่มีภาระผูกพัน ส่วนผู้ขายมีภาระผูกพัน ต่างจากหุ้นตรงที่การซื้อหุ้นคือการเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัท โดยมีสิทธิในผลกำไรและปันผล แต่ Option เป็นเพียงสิทธิในการซื้อขายหุ้นนั้น ไม่ใช่การเป็นเจ้าของ และมีวันหมดอายุ.

มือใหม่ควรเริ่มต้นลงทุน Put Call Option ใน TFEX อย่างไร?

มือใหม่ควรเริ่มต้นด้วยการศึกษาพื้นฐานอย่างละเอียด ทำความเข้าใจกลไกและศัพท์เฉพาะ เปิดบัญชีอนุพันธ์กับโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต ทดลองซื้อขายในบัญชีจำลอง (Paper Trading) และเริ่มต้นด้วยการซื้อ Option จำนวนน้อยๆ เพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อน.

ความเสี่ยงหลักของการซื้อขาย Put Call Option มีอะไรบ้าง และจะบริหารจัดการอย่างไร?

ความเสี่ยงหลักคือ การสูญเสียค่าพรีเมียม (สำหรับผู้ซื้อ), ความเสี่ยงไม่จำกัด (สำหรับผู้ขาย), การลดลงของมูลค่าเวลา และความผันผวน การบริหารจัดการทำได้โดยการจำกัดเงินลงทุน ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss) กระจายความเสี่ยง และศึกษาข้อมูลอย่างต่อเนื่อง.

Put Call Option กับ Derivative Warrant (DW) ควรเลือกอะไรดี?

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และระดับความเข้าใจของคุณ:

  • เลือก Options: หากคุณต้องการความยืดหยุ่นในการสร้างกลยุทธ์ที่หลากหลาย ต้องการเป็นผู้ขาย Option หรือใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างจริงจัง
  • เลือก DW: หากคุณเป็นมือใหม่ ต้องการเครื่องมือที่ซื้อขายคล้ายหุ้น มีความเสี่ยงจำกัดเท่าเงินลงทุน และต้องการใช้ประโยชน์จากอัตราทดในระยะสั้น

ราคาพรีเมียมของ Options คำนวณอย่างไร และปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อราคา?

ราคาพรีเมียมประกอบด้วยมูลค่าภายใน (Intrinsic Value) และมูลค่าเวลา (Time Value) ปัจจัยที่มีผลต่อราคาได้แก่:

  • ราคาหลักทรัพย์อ้างอิง
  • ราคาใช้สิทธิ (Strike Price)
  • วันหมดอายุที่เหลืออยู่
  • ความผันผวนของราคาสินทรัพย์อ้างอิง
  • อัตราดอกเบี้ย
  • เงินปันผลที่คาดว่าจะได้รับ (สำหรับ Option หุ้นรายตัว)

ถ้า Options หมดอายุแล้วจะเกิดอะไรขึ้น และเราต้องทำอย่างไร?

เมื่อ Option หมดอายุ หาก Option มีมูลค่าภายใน (In The Money) ผู้ซื้อจะได้รับการชำระราคาเป็นเงินสดโดยอัตโนมัติ (สำหรับ SET50 Options) หรือได้รับสิทธิในการซื้อ/ขายสินทรัพย์อ้างอิง (ขึ้นอยู่กับประเภทของ Option) หาก Option ไม่มีมูลค่าภายใน (Out of The Money) Option จะหมดอายุไปโดยไร้ค่า และผู้ซื้อจะขาดทุนค่าพรีเมียมทั้งหมด.

การซื้อ Put Option สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้นได้อย่างไร?

การซื้อ Put Option เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า “Protective Put” ซึ่งคล้ายกับการซื้อประกัน คุณซื้อ Put Option ที่มีราคาใช้สิทธิใกล้เคียงกับราคาหุ้นที่คุณถืออยู่ หากราคาหุ้นตกลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ คุณก็ยังคงมีสิทธิที่จะขายหุ้นของคุณในราคาใช้สิทธินั้น ทำให้จำกัดผลขาดทุนของพอร์ตหุ้นได้ แม้ว่าจะต้องเสียค่าพรีเมียมไปก็ตาม.

มีกลยุทธ์ Put Call Option ง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้นบ้างไหม?

สำหรับผู้เริ่มต้น ควรเน้นกลยุทธ์พื้นฐาน เช่น:

  • ซื้อ Call Option: เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นแรง (ขาดทุนจำกัด)
  • ซื้อ Put Option: เมื่อคาดว่าราคาจะลงแรง หรือใช้ป้องกันความเสี่ยง (ขาดทุนจำกัด)
  • ขาย Covered Call: เมื่อถือหุ้นอยู่และต้องการสร้างรายได้จากค่าพรีเมียม โดยมีหุ้นเป็นหลักประกัน (กำไรจำกัด, ขาดทุนจำกัด)

ควรหลีกเลี่ยงกลยุทธ์ที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงไม่จำกัดในระยะแรก.

สามารถทำกำไรจาก Put Call Option ได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลงจริงหรือ?

เป็นเรื่องจริง Option เปิดโอกาสให้ทำกำไรได้ในทุกสภาวะตลาด:

  • ตลาดขาขึ้น: ซื้อ Call Option หรือ ขาย Put Option
  • ตลาดขาลง: ซื้อ Put Option หรือ ขาย Call Option
  • ตลาด Sideways (ไม่ขึ้นไม่ลง): ใช้กลยุทธ์เช่น ขาย Straddle/Strangle (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ) หรือขาย Option ที่ Out of The Money เพื่อรับค่าพรีเมียม

อย่างไรก็ตาม แต่ละกลยุทธ์มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกัน.

การลงทุน Put Call Option ในประเทศไทยต้องเสียภาษีอย่างไร?

กำไรจากการซื้อขายอนุพันธ์ในตลาด TFEX (รวมถึง Options) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบข้อกำหนดและประกาศของกรมสรรพากรอยู่เสมอ เนื่องจากกฎระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และสำหรับนิติบุคคลอาจมีภาษีที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน.

Author photo

發佈留言